โบราณสถานของชาวสุเมอเรียน ที่นักโบราณคดีของสหรัฐ ที่ติดตามกองทัพซึ่งเข้าไปยึดครองประเทศอิรัก สมัยประธานาธิบดีซัดดัมได้ไปพบในอิรักก่อนหน้านี้ ก็คิดไปเองว่าเป็นวัดที่ประกอบพิธีทางศาสนา เพราะมีรูปร่างผิดปกติ

แต่หลังจากนั้น ผู้เชี่ยวชาญจากพิพิธภัณฑ์อังกฤษได้ไปทำการขุดค้น เพื่อพิสูจน์ทราบทางวิชาการเมื่อเร็ว ๆ นี้เปิดเผยว่ามันคือระบบสาธารณูปโภค ชนิดครบวงจร ที่ถูกสร้างขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบ อันมีถึงอายุ 4,000 ปี หรือ เก่าแก่กว่านั้น

Drone mappers พบคลอง 19 กิโลเมตร (12 ไมล์) ในชนบทประเทศอิรักในปัจจุบัน(ประเทศอาหรับทั้งหมดนั้น ได้มีกาารตั้งประเทศต่าง ๆ ขึ้นเมื่อสิ้นสงครามโลกครั้งที่ 1 โดยอังกฤษเป็นผู้กำหนดให้ ก่อนหน้านั้นเป็นชนเผ่าเร่ร่อน เลี้ยงชีพโดยการปล้นสดมป์ หรือ รับจ้างคุมกองคาราวานบนเส้นทางสายไหม)
นักโบราณคดีขุดโครงสร้างที่ดูแปลก ๆ ที่สร้างขึ้นเหนือมัน ตอนแรกคิดว่าจะเป็นวัด แต่พวกเขาค้นพบว่า 4,000 ปีที่ผ่านมา ชาวสุเมเรียนโบราณได้สร้างเครื่องป้องกันภัยแล้งที่ไม่เหมือนใคร ”

โครงสร้างนี้อยู่ใกล้ Nasiriyah ที่ทันสมัย ในทางตอนใต้ของอิรัก ในเมืองโบราณ Girsu Girsu เป็นเมืองที่สร้างขึ้นโดย “ชาวสุมา(Sumrarian)จากสหัสวรรษที่ 3 อุทิศให้กับ Ningirsu เทพเจ้าแห่งสงครามและการเกษตรกรรม สิ่งประดิษฐ์จากสถานที่แสดงให้เห็นถึงชีวิตทางศาสนาและการเมืองของสังคมเมโสโปเตเมียตอนต้น

พิพิธภัณฑ์อังกฤษอธิบายถึงอุปกรณ์ช่วยชีวิตแบบโบราณว่า “ฟลูม” ที่ใช้ส่งน้ําไปยังสถานที่ห่างไกลเพื่อการเกษตรกรรม Ebru Torun สถาปนิกและนักอนุรักษ์ที่ทํางานร่วมกับนักโบราณคดีพิพิธภัณฑ์อังกฤษในอิรัก กล่าวว่า “ไม่มีตัวอย่างอื่นใดในประวัติศาสตร์จริงๆ จนกระทั่งวันนี้ มันเป็นหนึ่งในประเภทเดียวจริงๆ

โครงสร้างช่วยชีวิตทําให้คลองยาวแคบลงเป็นทางผ่านกว้าง 5 เมตร (13 ฟุต) สร้างสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์เรียกว่า “Venturi effect” แม้ว่าสิ่งนี้ไม่ได้อธิบายอย่างเป็นทางการจนถึงปลายปี 1700 ฟลูม Girsu ถูกสร้างขึ้นโดยคนสุดท้ายของ Girsu ที่พยายามส่งน้ําไปยังฟาร์มที่ห่างไกล รวมถึงเมืองหลักของ Lagash ด้วยความพยายามครั้งสุดท้ายเพื่อป้องกันภัยพิบัติทางการเกษตร

Remark ::
Sama = Sham Para (สามพารา = อาณาจักรสาม = Sumer) = ตาสองชั้น
ศาม สาม = สามะ = ศยัม = สยาม
สยาม ชนชาติ “สุมา” รุ่นสุดท้าย
ใช่ มันเป็นความจริง

By admin